
เมื่อพูดถึงหายนะครั้งใหญ่ที่สุดของซีรีส์เกม Resident Evil ผีชีวะ คงจะไม่มีครั้งไหนน่าจดจำและเป็นที่พูดถึงมากไปกว่า เรื่องราวของคนในเมือง Raccoon ที่ต้องหนีตายเหล่าซอมบี้ที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 23 กันยายนถึงวันที่ 1 ตุลาคมที่เกิดระเบิดใส่เมืองทำลายทุกอย่าง ซึ่งถ้าใครที่เป็นแฟนเกมซีรีส์นี้คงจะรู้ว่าในช่วงวันดังกล่าวได้เกิดเรื่องราวมากมาย ที่แม้จะผ่านมา 26 ปี (นับตามเวลาในเกม) เรื่องราวของคนเล่นเกมที่ต้องเอาชีวิตรอดในเกม Resident Evil 2 กับ 3 ก็ยังคงอยู่ วันนี้เรามาย้อนอดีตดูเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนั้นอย่างละเอียดว่ามีอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นบ้าง โดยเราจะขอเอาเรื่องราวในฉบับเก่ามาเล่าเพราะมันมีรายละเอียดที่เยอะและน่าจนใจกว่าฉบับเอามาทำใหม่ จะมีเรื่องราวอะไรบ้างนั้นมาดูไปพร้อมกันเลย
วันที่ 23 กันยายน 1998
จุดเริ่มต้นหายนะเริ่มต้นจาก T-Virus ที่ปนเปื้อนในน้ำดื่ม และจากโรงงานทำลายศพจากการทดลองที่ทำลายไม่ทันจนซอมบี้ที่ติดเชื้อหลุดออกมา บวกกับที่ทาง Umbrella ส่งคนมาชิงไวรัสของ ดร.เบอร์กิ้น จนทำให้หนูติดเชื้อไล่กัดผู้คน จนมีผู้ติดเชื้อเป็นซอมบี้นับหมื่นคน ในช่วงเวลาต่อมาความรุนแรงในเมืองเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในระหว่างวันนั้น แอนเน็ต เบอร์กิน ได้พยายามติดต่อ เชอร์รี ลูกสาวและสั่งให้เธอ ให้ออกจากชั้นเรียนที่โรงเรียนประถมอีสต์แรคคูนทันทีเพื่อกลับบ้าน ขณะสถานการณ์ในวันแรกนั้นสับสนอย่างมาก เนื่องจากการตอบสนองในกรณีฉุกเฉินนั้นล่าช้า ขณะที่ผู้ติดเชื้อจำนวนไปทั่วเมืองและโรงพยาบาลก็รับมือไม่ไหว แต่ก็ยังมีผู้คนจำนวนบางส่วนที่ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น
เย็นวันนั้นที่ Jack's Bar วิล พนักงานในร้านถูกลูกค้าที่เมาสุรากัด ขณะที่ข้างนอกเริ่มเกิดความวุ่นวายตำรวจทั้งหมดที่มีอยู่ถูกเรียกตัวมาเพื่อรักษาความสงบ มีการตั้งด่านตรวจและติดประกาศเกี่ยวกับจุดอพยพด้วยเฮลิคอปเตอร์ และในบางพื้นที่ตำรวจอาจได้รับคำสั่งให้ฆ่าพลเรือนที่ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งได้ และเกิดไฟไหม้หลายครั้งทั่วเมือง ทำให้กรมป่าไม้ต้องทำงานหนัก บนถนนสายหลักหน่วยตำรวจขนาดเล็กได้รับคำสั่งให้จุดชนวนระเบิดใกล้กับ Raccoon Mall เนื่องจากซอมบี้จำนวนมากบนถนน ซึ่งเจ้าหน้าที่ 2 นายที่วางระเบิดเสียชีวิตขณะประกอบตัวจุดชนวน จนประชาชนที่อยู่ตรงนั้นต้องมาช่วยเหลือจนสามารถจุดชนวนระเบิดได้สำเร็จ
ทางประธานาธิบดีได้ใช้พระราชบัญญัติการก่อจลาจล ทำให้เมืองและพื้นที่โดยรอบอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก ขณะที่ หัวหน้าตำรวจ ไอรอนส์ ได้ออกคำสั่งปิดเส้นทางหลบหนีที่เป็นไปได้ทั้งหมด และอีกคำสั่งหนึ่งคือให้เก็บอาวุธและกระสุนไปให้หมดจนสถานีตำรวจ จนไม่มีอาวุธมาปกป้องสถานีซึ่งเป็นที่มั่นสุดท้ายของคนที่หนีตายจากเหล่าซอมบี้

วันที่ 24 - 25 กันยายน 1998
ในช่วงเช้าของวันที่ 24 กันยายนทางกระทรวงกลาโหมได้ส่งกองกำลังภาคพื้นดินไปประเมินความรุนแรงของเหตุการณ์ โดยรายงานข่าวจากสื่อระบุว่า กองกำลังกำลังสืบสวนการรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสีในพื้นที่ดังกล่าว ผู้ว่าการรัฐได้สั่งให้กองกำลังป้องกันประเทศช่วยเหลือในการอพยพพลเรือนจำนวนมาก นอกจากนี้ ประธานาธิบดียังสั่งให้กองทัพบกสหรัฐฯ ช่วยเหลือในการจัดตั้งด่านตรวจและจุดตรวจบนทางหลวงสายหลักและเส้นทางออกจากเมืองทั้งหมด
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคได้ประกาศจัดตั้งเขตหวงห้ามบินรอบเมือง และเริ่มทำงานร่วมกับ RPD และแผนกดับเพลิงแร็กคูนซิตี้ในการอพยพพลเรือน โดยมีแผนอพยพตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 23 กันยายน และเครื่องบินลำแรกอย่าง Chinook ขึ้นบินจากสวนสัตว์แร็กคูนในเวลา 10.00 น. ของวันที่ 24 จุดหมายปลายทางแรกของผู้ถูกอพยพคือโรงพยาบาลชั่วคราวในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งพลเรือนจะได้รับการตรวจอย่างละเอียดเพื่อหาสัญญาณของการติดเชื้อก่อนที่จะปล่อยตัวพวกเขา นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งเขตห้ามบินซึ่งอนุญาตให้เฉพาะเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพ Umbrella, RPD และ RFD เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้บินได้
ในขณะที่กองกำลังทหารส่วนใหญ่เน้นที่การอพยพและป้องกันการหลบหนีของมนุษย์กลายพันธุ์ กองกำลังเดลต้าก็ถูกส่งไปยึดข้อมูลการวิจัยของ Umbrella ด้วย ทีมหนึ่งซึ่งเดิมทีมีหน้าที่ช่วยเหลือ ดร. เบอร์กินส์ ได้เดินทางผ่านรถไฟใต้ดินส่วนตัวของบริษัท Umbrella เพื่อค้นหาห้องทดลองใต้ดินของ Umbrella แต่กลับพบว่าตัวเองอยู่ที่เขตอุตสาหกรรมทางตะวันออกของแม่น้ำเซอร์คูลาร์ ด้วยความช่วยเหลือจากสายลับภายในกองทัพ Umbrella จึงได้รู้ถึงเจตนาแอบแฝงของกองทัพ

วันที่ 26 กันยายน 1998
วันที่ 26 กันยายน เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการป้องกันภัยชีวภาพของ Umbrella ที่เหลือทั้งหมด ซึ่งไม่ได้ประจำการอยู่ในเมืองในปัจจุบัน ได้ถูกส่งไปและเข้าร่วมการโจมตีนำโดยกองร้อยอดีตกองโจรที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี และอดีตเจ้าหน้าที่โซเวียตจำนวน 4 หมวดมาด้วย อย่างไรก็ตาม ทั้งสองกองกำลังไม่สามารถรับมือกับซอมบี้ได้ และในไม่ช้าพวกเขาก็ถูกบุกโจมตีและสังหารหมู่ แผนการของ Umbrella นั้นมีมากกว่าการช่วยเหลือพลเรือน แม้ว่าทหารรับจ้างของ UBCS จะได้รับคำสั่งให้ปกป้องและช่วยเหลือ แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาถูกส่งไปเพื่อจุดประสงค์หลักในการทดสอบประสิทธิภาพของทหารที่ผ่านการฝึกฝน ในการต่อสู้กับพวกกลายพันธุ์ที่ผิดปกติ และ BOW ที่หลบหนีออกมาจากห้องทดลอง โดยผู้ตรวจสอบภายในหน่วยเฉพาะกิจ จะบันทึกข้อมูลนี้ไว้ในแล็ปท็อปของบริษัท
นอกจากนี้ยังมีการนำ Hunter β และ Hunter γ ซึ่งเป็น BOW รุ่นใหม่เข้ามาใช้ในการทดลอง รวมถึง Nemesis-T Type ที่ส่งมาทางอากาศที่มีคำสั่งให้ตามล่าสมาชิก STARS ที่รอดชีวิต เพื่อพิสูจน์ความสามารถใช้งานได้จริง ในระหว่างนั้นการดำเนินงานที่โรงพยาบาล Raccoon General ก็หยุดชะงักลงโดยสิ้นเชิง โรงพยาบาลซึ่งแออัดอยู่แล้วเนื่องจากน้ำปนเปื้อนก็เริ่มสูญเสียบุคลากรอย่างรวดเร็ว โดยหลายคนถูกฆ่ากลายเป็นซอมบี้ กลุ่มปลิงที่หนีออกมาจากท่อระบายน้ำก็เริ่มไล่ล่าผู้รอดชีวิตและสิงศพเช่นกัน

วันที่ 27 กันยายน 1998
สถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นสุดไม่มีความหวังเพราะทุกคนตายกันเกือบหมด ทางตำรวจที่รอดชีวิตกับประชาชนที่เหลือที่นำโดย มาร์วิน บรานาห์ สั่งการให้กองกำลังที่เหลือของ RPD รวมถึงหน่วย SWAT กลับมาที่สถานีตำรวจ แต่ก็มีเสบียงไม่เพียงพอและมีคนเจ็บจำนวนมาก ตัดมาที่ที่ห้องทดลองใต้ดินของอัมเบรลล่า โมนิกา ผู้ช่วยคนหนึ่งของเบอร์กิ้นสังหาร ดร. ฟรอสต์ ด้วยความหวังว่าจะหนีออกจากเมืองพร้อมตัวอย่างตัวอ่อน G
ทางด้าน โยโกะ ซูซูกิ (ตัวละครใน Resident Evil Outbreak) มาถึงห้องทดลองผ่านอุโมงค์ท่อระบายน้ำ และเดินทางผ่านโรงงานและจัดการฮันเตอร์ที่เหลืออยู่หลายตัวในโรงงาน ในไม่ช้าโมนิกาก็ถูก G วางตัวอ่อนหลังจากที่ถูกผีเสื้อกลางคืนขึงที่กำแพง ซึ่งเธอเข้ากันไม่ได้กับปรสิต G เธอจึงเสียชีวิตเมื่อตัวอ่อน G ออกมาจากหน้าอกของเธอ ผู้รอดชีวิตถูกบังคับให้เผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิต G ที่ไม่สมบูรณ์เพื่อหนีออกจากโรงงานโดยรถไฟไปที่ลานจอดเรือ

วันที่ 28 กันยายน 1998
ตอนนี้ในเมืองกำลังย่ำแย่ทหารที่เหลือของ UBCS กระจายอยู่ทั่วเมือง ทีม Echoได้รับคำสั่งให้ช่วยทำลายซอมบี้ในตัวเมืองแร็กคูนซิตี้ และยึดหอนาฬิกาเซนต์ไมเคิลกลับคืน เพื่อใช้เป็นสถานที่อพยพ มีสมาชิกทีมเพียงสองคนเท่านั้นที่ไปถึงหอนาฬิกา และหลังจากที่เจ้าหน้าที่ UBCS ที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งรอการอพยพก็ไปหอนาฬิกาได้ แต่พวกเขาล้มเหลวในการกดระฆังเรียกเฮลิคอปเตอร์มารับ
เช้าตรู่ของวันที่ 28 กันยายน ผู้รอดชีวิตจึงเริ่มวางแผนหลบหนีผ่านท่อระบายน้ำ โดยมีนายตำรวจมาร์วินช่วยเหลือพร้อมกับนายตำรวจหญิง ริต้า ฟิลิปส์ หลบหนีผ่านอุโมงค์ลับ ขณะที่มาร์วินก็ติดเชื้อเขาจึงสั่งให้ผู้รอดชีวิตออกไปทันที ตัดมาที่อดีตสมาชิก STARS สองคน คือ จิลล์ วาเลนไทน์ และ แบรด วิคเกอร์ส ยังคงติดอยู่ในเมือง จิลล์ที่หนีออกมาจากอพาร์ตเมนต์ของเธอในตอนกลางคืน และซ่อนตัวอยู่ในโกดังสินค้าในอัพทาวน์กับพลเรือนนามว่า ดาริโอ รอสโซ และตอนนั้นเองจู่ ๆ โกดังก็เกิดระเบิดส่วนดาริโอเสียชีวิต จิลจึงต้องมุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจ (เริ่มต้นเรื่องราวใน Resident Evil 3 ที่จู่ ๆ ก็เกิดระเบิดตอนเริ่มเกม)
ระหว่างหลบหนีไปสถานีตำรวจเธอก็ได้พบกับแบรดระหว่างทางที่ Black Jack Bar ในตอนนั้นจิลจึงรู้ถึงการมีอยู่ของ Nemesis-T Type ที่ไล่ล่าแบรดจนเมื่อทั้งคู่แยกกันจิลก็มาเจอแบรดอีกครั้งที่ทางเข้าสถานีตำรวจ ก่อนที่แบรดจะถูก Nemesis ฆ่าหน้าสถานี และที่นั่นจิลได้เจอกับ คาลอส โอลิเวียร่า แห่งหน่วย UBCS ทั้งคู่จึงตัดสินใจจะหนีออกไปจากเมืองนี้ โดยตอนนี้มีคนอย่างน้อยหกคนที่เหลืออยู่ในสถานีตำรวจนั่นคือนายตำรวจ ไอรอนส์ นายตำรวจมาร์วิน นายตำรวจ เอลเลียต เอ็ดเวิร์ด (คนที่โบกมือเรียกเฮลิคอปเตอร์) แคทเธอรีน วาร์เรน (สาวสวยชุดขาว) นักข่าว เบ็น เบอร์โตลุชชี และ เชอร์รี่ เบอร์กิน อยู่ในนี้
จิลเข้าร่วมกับผู้รอดชีวิตจากหน่วยเดลต้าของ UBCS ได้แก่ คาลอส จ่าสิบเอกนิโคไล ซิโนเวียฟ และกัปตัน มิคาอิล วิคเตอร์ ทั้งสามวางแผนที่จะหลบหนีออกจากเมืองโดยเรียกเฮลิคอปเตอร์ที่หอนาฬิกาจิลจึงช่วยค้นหาชิ้นส่วนต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนรถรางเพื่อไปที่นั่น พอรถรางวิ่งไป Nemesis-T Type ก็มาจู่โจมทางวิคเตอร์ที่บาดเจ็บจึงระเบิดเพื่อฆ่า Nemesis-T Type จนทั้งคู่มาถึงหอนาฬิกาจนสามารถตีระฆังเรียกเฮลิคอปเตอร์ให้มารับได้ ก่อนที่จะถูกดับฝันจาก Nemesis-T Type ที่ยิงเฮลิคอปเตอร์ตก ส่วนจิลที่ชนะ Nemesis-T Type ได้ก็บาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้จนคาลอสต้องพาเธอไปส่งที่โรงพยาบาล

วันที่ 29 กันยายน 1998
ความพยายามของกระทรวงกลาโหม ในการควบคุมสถานการณ์ทางการทหารถือเป็นความล้มเหลว ผู้รอดชีวิตที่เหลือซึ่งไม่ได้รับเชื้อถูกปล่อยให้ตาย และกองทัพบกและกองกำลังป้องกันแห่งชาติได้รับคำสั่งให้ล่าถอยจากแร็กคูนซิตี้ หลังจากที่พวกเขาเองได้รับความสูญเสียอย่างหนักจากผู้ลี้ภัยที่ติดเชื้อ การล่าถอยเป็นไปอย่างวุ่นวาย และการปิดล้อมรอบเมืองก็ล้มเหลว เมื่อเที่ยงคืน พันเอกเซอร์เกย์ วลาดิเมียร์เข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารของอัมเบรลล่าทั้งหมดในและรอบแร็กคูนซิตี้ และออกคำสั่งให้เฮลิคอปเตอร์ขนส่ง T-103 เข้าไปในเมือง โดยส่งเฮลิคอปเตอร์ไปที่สถานีตำรวจแร็กคูน พร้อมคำสั่งให้สังหารเจ้าหน้าที่ที่รอดชีวิต จากนั้นจึงค้นหา G-Virus พร้อมทั้งสั่งให้อีก 5 ตัวไปยังโรงงานกำจัดขยะมูล P-12A อีกฝ่ายอย่าง HCF ที่อยากได้ตัวอย่าง G-Virus จึงส่งสายลับ เอด้า หว่อง ไปยังสถานีตำรวจเพื่อค้นหา เบ็น เบอร์โตลุชชี ซึ่งเป็นเรื่องราวใน Resident Evil 2
และในคืนนี้ ลีออน เอส. เคนเนดี นายตำรวจที่มาทำงานสายกว่ากำหนด กับ แคลร์ เรดฟิลด์ ที่มาหาพี่ชายก็บังเอิญเจอกันที่ร้านอาหารก็ร่วมเดินทางหนีมายังสถานตำรวจ พอทั้งคู่มาถึงก็ได้พบกับเอลเลียตที่กำลังเรียกเฮลิคอปเตอร์มารับก่อนที่เครื่องบินจนพุ่งชนสถานตำรวจ ในขณะที่ เชอร์รี เบอร์กิน ก็ซ่อนตัวโดยใช้อุโมงค์ระบายอากาศหลายชุดเพื่อหลบเลี่ยงซอมบี้ ส่วนแคทเธอรีน วาร์เรนก็ถูกฆ่าโดยไอรอนส์ที่ต้องการเปลี่ยนเธอให้เป็นงานสตัฟฟ์ ส่วนที่เหลืออีกสองคนคือเ็นซึ่งเป็นนักโทษคนเดียวที่เหลืออยู่ในคุก โดยในระหว่างการหลบหนีลีออนได้เจอกับเอด้าที่นั่น จนเจอกับเบนก่อนที่เขาจะถูกฆ่าโดย ดร. เบอร์กิ้นที่กลายเป็นสัตว์ประหลาด ขณะที่แคลร์ก็เจอกับเชอร์รีทั้งสองจึงวางแผนที่จะหลบหนีหลังจากที่แคลร์พบหลักฐานว่าพี่ชายของเธอไม่อยู่ในเมือง
วันที่ 30 กันยายน 1998
ตอนนี้แคลร์ เชอร์รี ลีออน และเอด้า ต่างพยายามหาทางหลบหนีออกมาจากสถานีตำรวจผ่านห้องทดลองใต้ดิน ขณะที่ เชอร์รีถูกเบอร์กิ้นที่เป็น G แพร่เชื้อให้จนเชอร์รีติดเชื้อแคลร์จึงหาทางรักษา ส่วนลีออนก็ได้เจอกับเอด้าอีกครั้งและในคืนนั้น USS HUNK ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวก็ตื่นขึ้นมาและหาทางหนีออกมาจากเมือง ขณะที่คาลอสก็หายามารักษาจิลได้สำเร็จ

วันที่ 1 ตุลาคม 1998
จิลฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาลแรคคูนเจเนอรัลและทราบว่าทางการจะทำการระเบิดเมืองนี้ในอีกไม่กี่ชั่วโมง เพื่อเตรียมรับมือกับการทำลายล้างเมืองแร็กคูน ผู้บริหารและผู้นำของอัมเบรลล่าจึงรีบเร่งทำภารกิจให้เสร็จสิ้นในเมือง ทีม UBCS ทีมหนึ่งได้รับคำสั่งให้จับหรือทำลายธานาทอสไทแรนท์ทดลองที่พัฒนาโดย ดร. เกร็ก มูลเลอร์ ซึ่งออกจากบริษัทไปในสัปดาห์ก่อนการระบาด และทราบกันดีว่ากำลังทำงานเกี่ยวกับสารเคมีทีไวรัสที่เรียกว่าเดย์ไลท์ ขณะที่ทีม UBCS ที่ถูกส่งไปก็ตายจนหมดที่มหาวิทยาลัย Raccoon ยกเว้นจ่าสิบเอกซิโนเวียฟ ซึ่งประสบความสำเร็จในการลอบสังหารดร. มูลเลอร์
ตัดมาที่เอด้าที่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตระหว่างหลบหนีกับลีออน แต่เธอไม่ตายแค่ได้รับบาดเจ็บ พอได้สติเธอก็พยายามหนีจากห้องทดลองของ Umbrella ผ่านท่อระบายน้ำก่อนจะมุ่งหน้าไปยังโรงแรม Apple Inn และพบกับผู้ประสานงานที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องชั้นบน ซึ่งมี เวสเกอร์ อยู่เบื้องหลังที่ช่วยบอกทางรอดให้เธอ ในระหว่างนั้นทางจิลกับคาลอสก็ไปที่โรงงานกำจัดขยะ P-12A โดยทั้งคู่ได้ยินคำสั่งอพยพทางวิทยุ ในระหว่างทางหนีจิลได้เจอกับนิโคไลนที่จะยึดเฮลิคอปเตอร์เพื่อหนี ทิ้งจิลต่อสู้กับต่อสู้ Nemesis-T Type ส่วนทางด้านลีออนกับแคลร์ก็ได้สู้กับ G ที่รถราง ก่อนที่ทั้ง 4 คนจะหนีออกมาได้ก่อนเกิดการทิ้งระเบิด มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 100,000 คน (ทั้งติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ) พร้อมด้วยอาวุธ BOW และทุกสิ่งทุกอย่างภายในเขตเมืองกลายเป็นหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่อันเป็นผลจากเหตุระเบิดดังกล่าว

เป็นอย่างไรกันบ้างกับการสรุปเรื่องราวย่อ ๆ ของสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 23 กันยายนถึง 1 ตุลาคมหวังว่าจะถูกใจกัน เพราะถ้าเล่าละเอียดกว่านี้เนื้อที่คงจะยาวเกินไป และในเนื้อหาก็ได้รวมเรื่องราวของ Resident Evil ภาคต่าง ๆ ลงไปด้วยเพื่อให้คุณได้เห็นภาพมากขึ้น ถ้าตกหล่นตรงไหนไปก็ขออภัยมาด้วย ส่วนคราวหน้าจะเป็นเรื่องราวอะไรเกี่ยวกับ Resident Evil ก็ติดตามได้เลยเพราะเราจะมีเรื่องราวที่น่าสนใจให้คุณอ่านอีกแน่นอนติดตามเอาไว้ได้เลย