
มาถึงตอนที่ 8 กันแล้วกับเรื่องราวของวิทยาศาสตร์กู้โลกยุคหินกับ Dr. Stone ซีซัน 4 ที่ตอนก่อนหน้านี้เราได้รับรู้เรื่องราวความเป็นมาของ ดร.เซโน กับ เซ็นคู ที่เป็นเหมือนดั่งศิษย์อาจารย์สมัยที่เซ็นคูต้องการสร้างจรวจจำลอง โดยทางดร.เซโนบอกว่าสิ่งที่เซ็นคูสร้าง มันสามารถใช้เป็นอาวุธเพื่อส่งไวรัสไปที่ต่าง ๆ ทั่วโลกได้ด้วยจรวดที่เขาสร้าง แต่เซ็นคูกลับบอกว่าเขาก็เป็นแค่เด็กเบียววิทยาศาสตร์ ที่อยากรู้อยากเห็นเท่านั้นไม่คิดจะเอาวิทยาศาสตร์ไปทำอะไรแบบนั้น จนเมื่อผ่านไป 3000 ปีทั้งคู่ก็ตื่นขึ้นมาพร้อม ๆ กัน โดยคนหนึ่งมีเป้าหมายที่จะช่วยทุกคนจากการกลายเป็นหิน และหาต้นตอของเรื่องนี้ แต่อีกคนคิดแค่ว่าจะใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่มี สร้างโลกใบใหม่ขึ้นมาโดยที่ตัวเองเป็นผู้นำ และเมื่อความคิดที่สวนทางจึงไม่แปลกที่ทั้งคู่จะเป็นศัตรูกัน นั่นคือเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นใน Dr. Stone ซีซัน 4 ตอนที่ 8 นี้ เรามาดูกันว่าตอนนี้มีอะไรน่าสนใจกันบ้างมาดูไปพร้อมกันเลย

เริ่มต้นเรื่องราวมาจะเป็นการเล่าต่อจากตอนที่แล้วของ ดร.เซโนที่ตื่นจากการกลายเป็นหิน เพราะพี่แกคำนวณเอาไว้ล่วงหน้า ว่าที่นี่จะเป็นตัวช่วยให้เขาสามารถแก้อาการกลายเป็นหินได้ ซึ่งทางดร.เซโนก็ทราบดีว่ากรดไนตริกที่มาจากมูลค้างคาวสามารถคืนชีพให้กับคนได้ แต่ใช่ว่าทุกคนที่คืนชีพจะได้สติกลับมาครบนั่นคือเงื่อนไขที่ทางดร.เซโนเจอ ต่างกับกรดไนตริกของเซ็นคูมี ที่สามารถคืนชีพคนจากการกลายเป็นหินได้และไม่ทำให้คนเหล่านั้นเสียสติไป ซึ่งทางดร.เซโนไม่รู้เรื่องนี้ แต่สิ่งที่ทางดร.เซโนต้องการจากพวกเซ็นคูคือแรงงานทาส และเป้าหมายแรกนั่นคือการกำจัดหัวหน้ากลุ่มที่รู้เรื่องวิทยาศาสตร์ เพราะถ้าเป็นแค่เด็กญี่ปุ่นธรรมดาคงเดินเรือมาถึงอเมริกาไม่ได้แน่ ๆ นั่นคือสิ่งที่ดร.เซโนคิดตั้งแต่แรก

ต่อมาคือสิ่งที่เรียกว่า แพลตตินัม หรือ ทองคำขาว เป็นธาตุที่มีความบริสุทธิ์สูงถึง 95% จัดเป็นโลหะที่มีความบริสุทธิ์เทียบเท่ากับทองคำเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีความสามารถที่จะช่วยเร่งปฏิกิริยาเคมีในเซลล์เชื้อเพลิงได้ และมีส่วนช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเซลล์เชื้อเพลิง ที่ถ้าจะให้อธิบายคงจะงงแน่ ๆ เอาเป็นสรุปง่าย ๆ คือมันสามารถเอามาใช้เป็นสารตั้งต้นในการสร้าง กรดไนตริก หรือ ดินประสิว ได้นั่นเอง และถ้าคุณสงสัยว่าแล้วไอ้กรดดินประสิวมันไปทำให้คนคืนร่างเป็นหินได้อย่างไร เรามีคำตอบแบบคร่าว ๆ เพื่อเป็นความรู้ (ตอนนั้นดร.เซโนจะอธิบายแต่สแตนด์กลับตัดจบไปก่อน)

กรดไนตริกหรือดินประสิว เมื่อทำปฏิกิริยากับด่างที่เป็นออกไซด์พื้นฐานและคาร์โบเนตท์ ซึ่งในกรณีในอนิเมะคือคนที่กลายเป็นหิน กรดไนตริกจะให้สารประกอบในรูปของ เกลือ หรือ ไอออนิกไนเตรต หรือ แอมโมเนียมไนเตรด จากมูลค้างคาวเป็นต้น และด้วยธรรมชาติของการออกซิเดชั่น กรดไนตริกจะไม่ยอมปล่อยโปรตอนของมัน (นั่นคือไม่ปล่อยอะตอมของไฮโดรเจนออกไป) เมื่อทำปฏิกิริยากับโลหะและไอออนิกไนเตรต (เกลือ) ซึ่งจะมีสถานะออกซิไดซ์ที่สูงขึ้น จึงทำให้มีการกัดกร่อนที่รุนแรงกับโลหะ ซึ่งในกรณีนี้คือคนที่กลายเป็นหิน มันจึงสามารถคืนสภาพจากการกลายเป็นหินได้ ปล. เนื้อหาที่กล่าวถึงนี้เป็นแค่จินตนาการของคนสร้างมังงะ Dr. Stone เท่านั้น อย่าเอาไปเหมารวมมันมันจะทำจริง ๆ ได้เชียวละ

ต่อมาคือสารที่เซ็นคูใช้กันกระสุนที่ยิงออกมาซึ่งเรียกว่า ของไหลไดลาแทนต์ หรือภาษาชาวบ้านคือ วัสดุดูดซับแรงจากยางพารา โดยมีความสามารถพิเศษในการดูดซับพลังงานเมื่อได้รับแรงกระแทก ด้วยสมบัติพิเศษความหนืดของของไหลไดลาแทนต์หรือพูดง่าย ๆ คือยิ่งใช้แรงมากเท่าไหร่ของไหลไดลาแทนต์จะยิ่งหนืด ในส่วนของเซ็นคูนั้นไม่ได้ใช้ยางพารา แต่ใช้แป้งข้าวโพดในการสร้างของไหลไดลาแทนต์ขึ้นมา ซึ่งมันสามารถทำได้เหมือนกัน ถ้าเราเอาแป้งข้าวโพดผสมน้ำในอัตราส่วนน้ำ 1 ส่วนแป้งข้าวโพด 2 ส่วน จะทำให้เกิดความหนืดที่มีคุณสมบัติแบบ Non newtonian fluid หรือก็คือของไหลไดลาแทนต์ได้เช่นกัน และถ้าคุณสงสัยเหมือนเซ็นคู เราไปหาข้อมูลมาแล้วว่ามันสามารถกันกระสุนปืนได้ แต่ขึ้นอยู่กับชนิดของปืนด้วย

นั่นคือเนื้อหาวิทยาศาสตร์จากในอนิเมะที่เรารวบรวมมาให้คุณได้รับรู้กัน (รู้สึกเหมือนเขียนโครงงานวิทยาศาสตร์มากกว่าเล่าเรื่องอนิเมะ) ซึ่งแค่เรื่องราววิทยาศาสตร์ก็เล่นเอาหมดพื้นที่ จนไม่ได้พูดถึงแต้มต่อที่พวกเซ็นคูจะใช้ในการต่อรองกับดร.เซโน เรื่องอุปกรณ์ที่ทำให้คนกลายเป็นหินอย่างเมดูซ่า ไปจนถึงสูตรทำน้ำยาคืนชีพที่ไม่ทำให้คนสติแตกรวมอยู่ด้วย ซึ่งตรงนี้จะถูกพูดถึงในตอนต่อ ๆ ไปเลยขอติดเอาไว้ก่อนเอาไว้เล่าตอนที่เรื่องนี้ถูกเอามาใช้แล้วกัน อ่านมาถึงตรงนี้ใครที่สนใจอนิเมะ Dr. Stone ก็มีฉายทาง Netflix ตั้งแต่ซีซันแรกจนถึงตอนล่าสุดใครสนใจไปดูกันได้ แล้วคุณจะรู้ว่าวิทยาศาสตร์สนุกน่าสนใจกว่าที่คิด (มั้งนะ)