น่าจะเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประกาศข่าวดีที่แฟนคลับของ Sono Bisque Doll wa Koi wo Suru หรือ " หนุ่มเย็บผ้ากับสาวนักคอสเพลย์ " ต่างพากันเฝ้ารอ เพราะ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาทางช่อง Youtube ของ ANIPLEX ได้ออกมาปล่อยตัวอย่างสุดขายตรงของ " หนุ่มเย็บผ้ากับสาวนักคอสเพลย์ " โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงดังนี้
- หนุ่มเย็บผ้ากับสาวนักคอสเพลย์ ประกาศรีรันฉายภาคแรก วันที่ 11 เมษายน 2025 แบบลากยาวจนจบซีซันที่ 1
- หนุ่มเย็บผ้ากับสาวนักคอสเพลย์ ซีซัน 2 ประกาศเริ่มต้นฉายอย่างเป็นทางการช่วงเดือน กรกฎาคม 2025
ในส่วนเรื่องย่อของ Sono Bisque Doll wa Koi wo Suru หรือ " หนุ่มเย็บผ้ากับสาวนักคอสเพลย์ " ก็ไม่ได้มีเนื้อหาที่ซับซ้อนมากนัก โดยเนื้อหาดังต่อไปนี้จะนำมาจากเว็บไซต์ของ Luckpim โดยตรงแบบไม่มีตัดทอน ซึ่งจะมีรายละเอียดของเรื่องราวดังต่อไปนี้
ความสัมพันธ์ลับๆ กับ สาวแกลตัวแม่ของคลาสเรียน…? คิตะกาวะ มาริน สาวแกลสุดสวยที่มักจะเป็นศูนย์กลางใน กลุ่มเพื่อนเสมอ โกะโจ วากานะ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมคลาสนั้น คิดว่าเธอเป็น “คนที่อยู่กันคนละโลก” กับเขา ขณะที่วากานะซึ่งตั้งเป้าหมายจะเป็นช่างปั้นหน้าตุ๊กตาฮินะ กำลังใช้ห้องปฏิบัติการหัตถกรรมในการทำงานนั้นเอง ผู้ที่โผล่เข้ามาในห้อง… คือคนที่คาดไม่ถึง…!? “ช่วยทำให้ฉันกลายเป็นทาสกามที…!?” “ช่วยทำชุดคอสเพลย์ให้ฉันทีได้ไหม…!?” คอสเพลย์สคูลไลฟ์ ที่เต็มไปด้วยเรื่องชวนใจเต้นเริ่มแล้วจ้า!!
สำหรับผู้อ่านคนไหนที่อยากจะตามติดเรื่องราวของ Sono Bisque Doll wa Koi wo Suru หรือ " หนุ่มเย็บผ้ากับสาวนักคอสเพลย์ " แบบไม่ต้องรอเวอร์ชันอนิเมะที่จะมีแผนฉายภายในเดือน กรกฎาคม 2025 ก็สามารถเข้าไปติดตามเรื่องราวดังกล่าวแบบต่อเนื่องผ่านเวอร์ชันหนังสือการ์ตูนที่ทาง Luckpim กำลังถือลิขสิทธิ์อยู่ขณะนี้ โดยถ้าเปรียบเทียบเนื้อหาหลังอนิเมะจบ กับ หนังสือการ์ตูนจะเทียบเท่ากับ ตอนที่ 40 หรือ หนังสือการ์ตูนเล่ม 6 เป็นต้นไป
สุดท้ายนี้ก็ต้องรอติดตามกันว่า Sono Bisque Doll wa Koi wo Suru หรือ " หนุ่มเย็บผ้ากับสาวนักคอสเพลย์ " ในเวอร์ชันอนิเมะที่จะเริ่มฉายช่วงเดือน กรกฎาคม 2025 จะถูกยิบยกกอกมานำเสนอเรื่องราว และ สร้างสรรค์งานภาพออกมาได้ดูดีเทียบเท่าภาคแรกขนาดไหน หรือ เรื่องราวจะเงียบเหงาหายเข้ากลีบเมฆ เพราะ ไม่มีใครให้ความสนใจ เนื่องจาก เรื่องราวของ " หนุ่มเย็บผ้ากับสาวนักคอสเพลย์ " พึ่งจะประกาศถึงบทสรุปสุดท้ายภายในตอนที่ 115 ซึ่งเรื่องราวจะเป็นการ Skip เส้นเวลา รวมทั้งสรุปเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่มีงานอดิเรกคล้าย ๆ กันได้อย่างดี